จันทร์. ส.ค. 8th, 2022
ท่องเที่ยวอุดร

ท่องเที่ยวอุดรธานี

ท่องเที่ยวอุดรธานี จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดที่ตั้งอยู่ตอนบน ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ของประเทศไทย จังหวัดอุดรธานี เป็นศูนย์ปฏิบัติการกลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ตอนบน 1 และศูนย์กลางพื้นที่ลุ่มแม่น้ำโขง เดิมพื้นที่เมืองอุดรธานี ในปัจจุบันคือบ้านเดื่อหมากแข้ง ซึ่งมีมานานร่วมสมัยกับเมืองเวียงจันทน์ อาณาจักรล้านช้าง เมืองอุดรธานี ได้รับการสถาปนาให้เป็นเมืองศูนย์บัญชาการการปกครอง ของมณฑลอุดรอย่างเป็นทางการ ในสมัยรัชกาลที่ 4 ปี พ.ศ. 2436

โดยพลตรี พระเจ้าบรมวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทองกองก้อนใหญ่ กรมหลวงประจักษ์ศิลปาคม ซึ่งทรงเป็นข้าหลวงใหญ่สำเร็จราชการแทนพระองค์ปกครอง มณฑลอุดร ในสมัยที่มีการปกครองในรูปแบบมณฑลเทศาภิบาล กรุงรัตนโกสินทร์ เมืองอุดรธานีเกิดจากรวมกันของหัวเมืองฝ่ายเหนือในพื้นที่มณฑลอุดร (มณฑลลาวพวน) คือ เมืองกุมภวาปี เมืองหนองหาน เมืองนครเขื่อนขันธ์กาบแก้วบัวบาน และบ้านเดื่อหมากแข้ง มีอาณาเขตปกครองกว้างใหญ่ที่สุดในประเทศ จังหวัดอุดรธานีอยู่ห่างจากกรุงเทพมหานคร 564 กิโลเมตร มีเนื้อที่ประมาณ 11,730 ตารางกิโลเมตร (ประมาณ 7,331,438.75 ไร่)

ปัจจุบันอุดรธานี เป็นศูนย์กลางหน่วยงานราชการต่าง ๆ ในภูมิภาค ศูนย์กลางการเดินทางทางบก และทางอากาศ ของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมทั้งเป็นศูนย์กลางของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง เชื่อมโยงกับประเทศในภูมิภาคอาเซียน

1. สวนสาธารณะหนองประจักษ์

สวนสาธารณะหนองประจักษ์ ตั้งอยู่ในเขตเทศบาลเมืองอุดรธานี เป็นสวนสาธารณะ ที่อยู่ใจกลางเมืองฯ มีพื้นที่ และบริเวณกว้างขวางหลายไร่ มีลักษณะเป็นหนองน้ำขนาดใหญ่ ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง รายล้อมด้วยต้นไม้ และมองเห็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของเมืองอุดร ตั้งอยู่ขนาบข้าง ไฮไลท์ที่น่าสนใจ ที่ทำให้หนองประจักษ์ได้รับความสนใจจากนักท่องเที่ยว คือ ตุ๊กตาเป็ดยางสีเหลือง ที่ลอยโดดเด่นอยู่กลางน้ำ กลายเป็นสัญลักษณ์ของหนองประจักษ์ ที่มาถึงอุดรแล้วต้องแวะมาถ่ายรูป กับเจ้าเป็ดน้อย นอกจากนี้ บริเวณหนองประจักษ์ยังมีหลายจุดให้เก็บภาพสวย ทั้ง สะพานแขวน และสัญลักษณ์เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง ศาลเทพารักษ์ ศาลศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมือง ซึ่งเมื่อเดินทางมาถึงแล้วก็ไม่พลาดที่จะเข้าไปสักการะ และกราบไหว้ ขอโชคลาภ

2. คำชะโนด อำเภอบ้านดุง

คำชะโนด หรือ วังนาคินทร์คำชะโนด ตั้งอยู่ในพื้นที่ 3 ตำบล คือ ตำบลวังทอง ตำบลบ้านม่วง และตำบลบ้านจันทร์ ใน อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี เชื่อว่าเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ดินแดนลี้ลับของพญานาค เป็นที่เคารพยำเกรง และศรัทธาของคน ในจังหวัดอุดรธานี และอีสานตอนบน คำชะโนดมีลักษณะเป็น เกาะลอยน้ำ ที่เต็มไปด้วยต้นชะโนด  ป่าคำชะโนดเป็นสถานที่ปรากฏในตำนานพื้นบ้าน เชื่อว่าเป็นที่สิงสถิตของพญานาคปู่ศรีสุทโธ ย่าศรีประทุมมา และสิ่งลี้ลับต่าง ๆ เกาะคำชะโนดไม่เคยจมน้ำ โดยมีความเชื่อที่ว่าเพราะมีพญานาคคอยปกปักรักษา

จากเรื่องราวที่เล่าต่อกันมา ถึงตำนานความเชื่อของป่าคำชะโนดที่ว่า ป่าแห่งนี้มีอายุกว่า 1,000 ปี มีพญาศรีสุทโธนาคราชเป็นผู้ปกครอง ทุกๆ 1 เดือน พญาศรีสุทโธนาคราช จะกลายร่างเป็นมนุษย์ 15 วัน (ข้างขึ้น) ชื่อว่า เจ้าพ่อพญาศรีสุทโธ พำนักอยู่ที่วังนาคินทร์ หรือที่คำชะโนดแห่งนี้ และจะกลายร่างเป็นพญานาคในอีก 15 วัน (ข้างแรม) โดยใช้บริเวณบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์กลางป่าคำชะโนดแห่งนี้เป็นทางขึ้น/ลงระหว่างโลกมนุษย์กับเมืองบาดาล โดยมักจะเกิดฟองอากาศขึ้นคล้ายมีการหายใจอยู่ใต้น้ำ ช่วงกลางคืนป่าแห่งนี้ถูกปิด ไม่มีคนอาศัยอยู่ แต่มีคำบอกเล่าจากชาวบ้านบริเวณนั้นว่า ทุกคืนวันพระ ชาวบ้านมักได้ยินเสียงดนตรีดังออกมาจากป่าคำชะโนด พร้อมการปรากฏกายของบรรดาชาวคำชะโนดในชุดสีขาว ซึ่งต่างเชื่อกันว่า นี่คือเหล่าบรรดางูบริวารของพญาศรีสุทโธนาคราช จนได้มีคนนำไปสร้างเป็นหนังเรื่อง “ผีจ้างหนัง”

3. ทะเลบัวแดง บึงหนองหานกุมภวาปี

ทะเลบัวแดง บึงหนองหานกุมภวาปี คือ ทะเลสาบน้ำจืดขนาดใหญ่ที่กินพื้นที่ส่วนใหญ่อยู่ใน อ.กุมภวาปี กับบางส่วนในพื้นที่ อ.ประจักษ์ศิลปาคมของ จ.อุดรธานี ความอุดมสมบูรณ์ของบึงหนองหานถือเป็นต้นแบบที่น่าสนใจต่อการศึกษาระบบ นิเวศน์วิทยา เพราะที่นี่ชัดเจนความสัมพันธ์ระหว่างพืชพรรณและสัตว์ กลับคืนมาเป็นผลิตผลให้ชาวบ้านได้เก็บเกี่ยวเลี้ยงชีพและหล่อเลี้ยงชุมชนจน เป็นภาพวิถีชีวิตของชาวหนองหานมานานปี กาลเวลาผ่านไปวิถีชาวบ้านกลายเป็นความงดงามตามธรรมชาติ

ในยุคที่ผู้คนโหยหา สิ่งที่เลือนหาย ในขณะที่ความอุดมสมบูรณ์ของบึงหนองหานยังคงอยู่ วงจรชีวิตของ บัวแดง หรือ “บัวสาย” ที่บึงหนองหานจึงเป็นประจักษ์พยานถึงความอุดมสมบูรณ์ที่ควรค่าแก่การศึกษา นั่นจึงเป็นเหตุผลที่ว่าทำไมบัวแดงที่บึงหนองหานจึงงอกงามทั่วท้องน้ำไปไกล สุดลูกหูลูกตานับเป็นหมื่นๆ ไร่ (นี่ยังไม่ถึงครึ่งของบึงเลยด้วยซ้ำ) เพื่อที่การชม ทุ่งทะเลบัวแดง แหล่งชมทุ่งดอกไม้ตามธรรมชาติที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย จะได้เต็มอิ่มและเพลิดเพลินกว่าการนั่งเรือชมความงามอย่างเดียว

4. พิพิธภัณฑ์เมืองอุดร

พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี ตั้งอยู่ติดกับหนองประจักษ์ ภายใต้รูปแบบอาคารเก่าแก่ที่จะทำให้เราลืมภาพของการเที่ยวพิพิธภัณฑ์ประจำจังหวัดในแบบเดิม กับรูปแบบการเล่าเรื่องและนำเสนอด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยน่าสนใจ พิพิธภัณฑ์เมืองอุดรธานี จัดตั้งขึ้นในอาคารราชินูทิศ ซึ่งเป็นอาคารเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในสมัยรัชการที่ 6  ตั้งอยู่ในเมืองอุดรธานี ใกล้กับหนองประจักษ์  โดยจัดแสดงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับจังหวัดอุดรธานีนับตั้งแต่ประวัติศาสตร์ โบราณคดี ธรรมชาติวิทยา ธรณีวิทยา ประวัติศาสตร์ท้องถิ่น และศิลปวัฒนธรรม รวมถึงพระประวัติ และพระเกียรติคุณ ของกรมหลวงประจักษ์ศิลปาคมผู้ก่อตั้งเมืองอุดรธานี

5. วัดโพธิสมภรณ์

วัดโพธิสมภรณ์ วัดนี้ตั้งอยู่ที่ตำบลหมากแข้ง ในอำเภอเมืองเลยนะ เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างมาตั้งแต่สมัยปลายรัชกาลที่ 5  มีเนื้อที่กว่า 40 ไร่ และได้ชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งวัดสำคัญในอุดรธานีเลยเด้อ ภายในวัดประกอบไปด้วย สิ่งศักดิ์สิทธิ์ และโบราณสถานโบราณวัตถุมากมาย ทั้งพระพุทธรูปเก่าแก่อายุ 600 และ 1,300 ปี ต้นพระศรีมหาโพธิ์ที่นำหน่อมาจากศรีลังกา รอยพระพุทธบาทจำลองอายุกว่า 200 ปี และพระบรมธาตุธรรมเจดีย์ ที่ด้านในเป็นพิพิธภัณฑ์เก็บรวบรวมสิ่งของเกี่ยวกับพุทธศาสนามากมาย แล้วยังใช้เป็นที่ประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุด้วยนะ สายบุญห้ามพลาดเลยเชียว

6. วัดป่าภูก้อน

วัดป่าภูก้อน ตั้งอยู่ในเขตป่าสงวนแห่งชาติ ป่านายูงและป่าน้ำโสม ท้องที่บ้านนาคำ ตำบลบ้านก้อง อำเภอนายูง จังหวัดอุดรธานี อันเป็นรอยต่อแผ่นดิน 3 จังหวัด คือ อุดรธานี เลย และหนองคาย กำเนิดขึ้นจากการดำริชอบของพุทธบริษัทสี่ ผู้ตระหนักถึงคุณประโยชน์อันยิ่งใหญ่ของธรรมชาติ และป่าต้นน้ำลำธาร ซึ่งกำลังถูกทำลาย

เรียกได้ว่า เป็นอีกหนึ่งวัดชื่อดังที่ตั้งโดดเด่นอยู่กลางป่า และกลายเป็นอีกหนึ่งแห่งที่ถ้ามาอุดรแล้ว ก็ควรต้องแวะมาเช็คอินกันหน่อยละ และถ้าไปถึงแล้วต้องได้เห็นองค์พระพุทธไสยาสน์โลกนาถศาสดามหามุนี พระพุทธไสยาสน์หินอ่อนสีขาวบริสุทธิ์ ที่มีความยาว 20 เมตร และสร้างขึ้นด้วยหินอ่อนจากประเทศอิตาลีจำนวน 42 ก้อน โดยใช้เวลาสร้างกันถึง 6 ปีเชียวนะ ในช่วงเวลาจะมีแสงสะท้อนคล้ายคลื่นสีฟ้าส่องลงมายังบริเวณองค์พระ สวยมาก

7. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง

พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ บ้านเชียง ก่อตั้งขึ้นหลังการเสด็จประพาสเยี่ยมชมหลุมขุด ค้นทางโบราณคดีของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เมื่อวันที่ 20 มีนาคม พ.ศ.2515 การเสด็จประพาสดังกล่าวได้กระตุ้นและความตระหนักถึงความสำคัญของแหล่งโบราณคดีบ้านเชียง  ซึ่งกำลังประสบปัญหาการลักลอบค้าโบราณวัตถุในขณะนั้น

มาอุดรฯ ทั้งที จะไม่พูดถึงแหล่งโบราณคดีที่เป็นมรดกโลกก็คงไม่ได้ เพราะที่นี่ โด่งดังไปทั่วโลกในเรื่องของการเป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญ และเป็นแหล่งอารยธรรมโบราณที่มีอายุถึงประมาณ 5,000 ปี แล้วพิพิธภัณฑ์ที่นี่ก็ไม่ได้มีแค่หม้อแตกแจกันเก่าให้ดูกันเท่านั้น ตามที่หลายคนเข้าใจ เค้ายังมีการจำลองหลุมขุดค้น มีมุมที่ให้เราได้สวมบทนักโบราณคดีที่ต้องนำชิ้นส่วนของที่ขุดค้นเจอ มาประกอบร่าง มีเรื่องราวเหตุและผลของการฝังศพแบบโบราณ นอกจากพิพิธภัณฑ์แล้ว รอบ ๆ บริเวณยังมีแหล่งเรียนรู้การทอผ้า

ชมสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆ ได้ที่ ท่องเที่ยว : เรียบเรียงโดยทีมงาน PG SLOT

Last Update : 08/03/2563

By ad_wine